ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับประเทศไทย ตอนที่ 1
จังหวัดที่อยู่เหนือสุด (จังหวัดเชียงราย)
จังหวัดที่อยู่ใต้สุด (จังหวัดนราธิวาส)
จังหวัดที่มีพื้นที่มากที่สุด (จังหวัดนครราชสีมา)
จังหวัดที่มีพื้นที่น้อยสุด (จังหวัดสมุทรสงคราม)
จังหวัดที่มีอาณาเขตติดต่อกับเขตจังหวัดอื่น ๆ มากที่สุด (จังหวัดตาก ติดต่อกับ 9 จังหวัด)
จังหวัดภาคใต้ที่ไม่มีอาณาเขตติดต่อกับทะเล (จังหวัดยะลา และจังหวัดพัทลุง)
ยอดเขาที่สูงที่สุด (ยอดดอยอินทนนท์ สูง 2,580 เมตรจากระดับน้ำทะเล)
เทือกเขาที่ยาวที่สุด (เทือกเขาถนนธงชัย)
เทือกเขาที่ใหญ่ที่สุด (เทือกเขานครศรีธรรมราช)
ภูเขาสำคัญทางภาคเหนือ (มี 5 เทือกเขาสำคัญคือ แดนลาว เพชรบูรณ์ ตะนาวศรี ผีปันน้ำ ขุนตาล)
เกาะที่ใหญ่ที่สุดของไทย (เกาะภูเก็ต กว้าง 20 กม. ยาว 45 กม.)
เกาะภูเก็ตเดิมชื่อ (เกาะถลาง)
เกาะที่เป็นท่าเรือสำคัญของไทย (เกาะสีชัง)
ทะเลสาบที่ใหญ่ที่สุด (ทะเลสาบสงขลา มีพื้นที่ 15 ตร. กม.)
หนองน้ำที่ใหญ่ที่สุด (หนองหาร จ.สกลนคร)
แม่น้ำที่ยาวที่สุด (แม่น้ำชี)
แม่น้ำที่สั้นที่สุดของไทย (แม่น้ำอู่ตะเภา)
แม่น้ำที่เป็นสายเลือดของไทย (แม่น้ำเจ้าพระยา)
แม่น้ำท่าจีนแยกจากแม่น้ำเจ้าพระยาบริเวณใด (แยกที่ จ.ชัยนาท และไหลลงสู่อ่าวไทยที่ จ.สมุทรสาคร)
แม่น้ำท่าจีนมีชื่อเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า (แม่น้ำนครไชยศรี)
แม่น้ำแควน้อยมีชื่อเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า (แม่น้ำไทรโยค)
ภูเขาหลวงพระบาง กั้นเขตแดนระหว่างไทยกับประเทศใด (ลาว)
ภูเขาดงสันกาลาคีรีกั้นเขตแดนไทยกับประเทศใด (มาเลเซีย)
คลองที่ยาวที่สุด (คลองแสนแสบ ยาว 65 กม.)
แหล่งเพาะพันธุ์ปลาที่ใหญ่ที่สุด (บึงบอระเพ็ด จังหวัดนครสวรรค์)
น้ำตกที่สูงที่สุด (น้ำตกสิริภูมิ อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่)
ถนนสายแรกในประเทศไทย (ถนนเจริญกรุง สร้างในรัชกาลที่ 5)
ถนนสายที่ยาวที่สุด (ถนนเพชรเกษม จาก กทม. ถึง นราธิวาส ยาว 1,473 กม.)
ทางรถไฟสายแรก (สายกรุงเทพฯ - ปากน้ำ)
ทางรถไฟสายที่ยาวที่สุด (สายใต้ ยาว1,114 กม.)
อุโมงค์ที่ยาวที่สุด (อุโมงค์ขุนตาล หรือถ้ำขุนตาล จ.ลำปาง)
สะพานที่ยาวที่สุด (สะพานติณสูลานนท์ จ.สงขลา เป็นสะพานที่ข้ามจากบ้านเขาเขียวไปเกาะยอ และจากเกาะยอไปบ้านน้ำกระจาย ยาว 2,640 เมตร)
เขื่อนที่ผลิตกระแสไฟฟ้าได้มากที่สุด (เขื่อนศรีนครินทร์ จ.กาญจนบุรี)
เขื่อนดินที่ใหญ่ที่สุด (เขื่อนสิริกิติ์ จ.อุตรดิตถ์)
เขื่อนทดน้ำที่ใหญ่ที่สุดในไทย (เขื่อนเจ้าพระยา)
โดยปกติแล้วเราจะอาบน้ำให้เจ้าแสบ (น้องสุนัข) กันอาทิตย์ละครั้ง แต่ด้วยความซนของเจ้าตัวแสบหลังจากที่อาบได้ไม่นาน ทิ้งไว้ไม่กี่วันก็เริ่มมีกลิ่นอับ ๆ เรามาดูเคล็ดลับแบบชาวบ้าน ๆ กันนะค้าบว่า จะทำยังไงให้เจ้าแสบตัวน้อยของเรายังคงมีกลิ่นหอมไม่มีกลิ่นอับ
สิ่งที่ควรเตรียม ก็แค่มีมะเขือเทศลูกใหญ่สัก 3 -4 ลูก (อันนี้ขึ้นอยู่กับขนาดตัวของน้องสุนัข) น้ำเปล่าสำหรับผสมไม่มากมาน้อยตามใจเราอีกนั่นแหละค้าบ มาถึงวิธีทำ ก็แสนจะง่าย เราแค่เอามะเขือเทศที่เตรียมไว้มาบด ๆ ๆ ให้เละแล้วผสมน้ำ แยกกากออกด้วยนะค้าบ มิเช่นนั้น เมล็ดมะเขือเทศจะไปติดตามขนของเจ้าตัวน้อย หลังจากที่ได้มาแล้วก็เอาไปชโลมตามลำตัว แขน ขา แล้วขยี้เหมือนเราใช้แชมพูอาบน้ำให้สุนัขแหละค้าบ ทิ้งไว้สักพักแล้วก็ล้างออก เช็ดตัว เป่าขนให้แห้ง แล้วทีนี้เราก็จะได้น้องสุนัขที่ไม่มีกลิ่นอับ ๆ เวลาที่เขาไปเล่นซน (อาจจะมีกลิ่นของมะเขือเทศออกมาด้วยนะค้าบ แต่ก็หอมดี)
ยังไงเพื่อน ๆ น้อง ๆ ลองเอาไปใช้ดูนะค้าบ ว่าจะได้ผลหรือเปล่า โดยส่วนตัวแล้วผมว่าก็ได้ผลดีนะค้าบ
รังสีที่เป็นอันตรายในอวกาศ
ธาตุกัมมันตรังสี เช่น ยูเรเนียม พลูโตเนียม และอื่น ๆ เมื่อเกิดการแตกตัวหรือระเบิดออก จะปลดปล่อยรังสีออกมา รังสีที่เป็นอันตรายเหล่านี้จะไปทำลายระบบพันธุกรรม ยีน และดีเอ็นเอของสิ่งมีชีวิต แม้ในอวกาศจะมีรังสีมากมาย แต่โลกก็มีเกราะป้องกันตามธรรมชาติ
ลมสุริยะ (solar wind) คืออนุภาคประจุไฟฟ้าจากดวงอาทิตย์ที่ปลดปล่อยออกมาทุกทิศทาง ฟุ้งกระจายไปทั่วระบบสุริยะ มีความเร็วเฉลี่ย 500 กิโลเมตรต่อชั่วโมงเมื่อเกิดระเบิดขึ้นที่ผิวดวงอาทิตย์ อนุภาคประจุไฟฟ้าจะมีมากขึ้นและมีความเร็วถึง 2,000 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
รังสีคอสมิก (cosmic ray) เป็นรังสีพลังงานสูงในอวกาศ อาจมาจากดวงอาทิตย์และดาวฤกษ์อื่น ๆ ประกอบด้วยอนุภาคประจุไฟฟ้าที่มีความเร็วใกล้เคีงความเร็บาวแสงสามารถกระตุ้นอนุภาคธรรมชาติต่าง ๆ บนโลกได้
แถบรังสีแวนอัลเลน รูปร่างคล้ายแถบเข็มขัดล้อมรอบโลกหรือโดนัด ประกอบด้วยอนุภาคที่มีประจุไฟฟ้า พวกอิเล็กตรอน โปรตอน และไอออนของอะตอมหนักอนุภาคเหล่านี้ถูกจับไว้ในสนามแม่เหล็กโลก ช่วยป้องกันไม่ให้รังสีที่เป็นอันตรายถึงผิวโลกได้ มีสองแถบคือ แถบด้านนอกและแถบด้านใน
ไม่น่าเชื่อในอวกาศจะมีขยะเยอะขนาดนี้
ตั้งแต่มนุษย์ส่งดาวเทียมขึ้นสู่อวกาศเพื่อใช้ประโยชน์ต่าง ๆ ตามวัตถุประสงค์นักวิทยาศาสตร์ในยุคแรกไม่ได้คิดถึงการนำดาวเทียมที่หมดอายุใช้งานกลับมาซ่อมแซมเพื่อใช้ได้ใหม่ จึงมีดาวเทียมเหล่านี้มากมายในอวกาศ นอกจากนั้นชิ้นส่วนของจรวดนำส่งและถังเชื้อเพลิงที่ถูกสลัดออกก็เป็นเศษซากขยะในอวกาศด้วย ขยะในอวกาศมีมากมายนับแสนชิ้น ชิ้นส่วนเหล่านี้แม้มีความเร็วเพียง 6 กิโลเมตรต่อชั่วโมงในอวกาศ แต่ด้วยความเร็วระดับนี้จะเท่ากับ 21,600 กม./ชม. บนโลกเลยทีเดียว ซึ่งถือว่าเร็วมาก หากไปชนอะไรเข้าจะทำให้เกิดความเสียหายใหญ่หลวง ยิ่งถ้ามีขนาดใหญ่ก็ยิ่งมีพลังทำลายที่รุนแรง หากพุ่งชนยานขนส่งอวกาศก็อาจสร้างความเสียหายจนยานกลับโลกไม่ได้ องค์การนาซารายงายว่ามีขยะอวกาศขนาดใหญ่กว่า 5 เซนติเมตรกว่า 9,300 ชิ้น และขนาดใหญ่กว่า 1 เซนติเมตรมีนับแสนชิ้นทีเดียว